ปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งให้มีประสิทธิภาพนั้นจะมีอยู่หลายแนวทาง ซึ่งโรคมะเร็งถือได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของสาธารณสุขทั่วโลกทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพราะมีผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเพิ่มอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี ทุกคนรวมถึงวงการทางการแพทย์จึงตระหนักได้ถึงความรุนแรงจากโรคดังกล่าว ในบทความจะมากล่าวถึงแนวทางที่ช่วยรักษามะเร็งว่ามีอะไรบ้าง

แนวทางในการรักษาโรคมะเร็ง 

สำหรับการรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบัน มีแนวทางที่หลากหลายเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกประเภท แน่นอนว่าแต่ละคนล้วนไม่ต้องการที่จะให้ตนเองเกิดโรคนี้เพราะเป็นโรคที่น่ากลัวและมีโอกาสรักษาหายยาก ซึ่งแนวทางที่ใช้รักษานั้น สามารถกล่าวได้ดังต่อไปนี้

  • การผ่าตัด เป็นมาตรฐานการรักษาโรคมะเร็งแบบดั้งเดิมสืบต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งโรคมะเร็งนั้นมีอยู่หลายชนิด ในระยะเริ่มแรกนั้นจะเป็นก้อนเนื้อกระจายอยู่ที่เดียว จึงรักษาได้ด้วยการผ่าตัด วิธีนี้ก็จะทำให้ผู้ป่วยหายขาดเลยทันที
  • ฉายรังสี เป็นวิธีที่พัฒนามาแล้วกว่า 100 ปี ซึ่งการรักษานั้นต้องฉายคลื่นเอกซเรย์ขนาดสูง นั่นก็คือคลื่นกัมมันตรังสีนั่นเอง เป็นการยับยั้งไม่ให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโต รวมถึงฆ่าเซลล์มะเร็งด้วย สามารถทำลายถึงระดับ DNA เมื่อมีความเข้มข้นของรังสีที่มากพอ ข้อจำกัดก็คือมะเร็งมีแค่ไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่ตอบสนองกับการฉายรังสี
  • การคีโม หรือก็คือการใช้ยาเคมีบำบัด เป็นการรักษามะเร็งในระยะหนึ่งซึ่งพัฒนายาที่ช่วยไม่ให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตจากการแบ่งเซลล์ อีกทั้งมีสารฆ่ามะเร็งที่เรียกว่า Cytotoxic ซึ่งสารชนิดนี้ใช้รักษาโรคมะเร็ง โดยจะเรียกว่าเป็นเคมีบำบัด ข้อเสียคือมีความจำเพราะที่ต่ำ ถึงแม้ยาจะออกฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็ง แต่เนื้อเยื่อในร่างกายก็ถูกทำลายด้วย
  • รักษาด้วยฮอร์โมน การใช้สารบางชนิดหรือฮอร์โมนนั้นจะช่วยยับยั้งฮอร์โมนที่ไม่จำเป็นเพราะบางชนิดของฮอร์โมนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งได้ ข้อจำกัดคือรักษามะเร็งได้ไม่กี่ชนิดเท่านั้น แต่ผลข้างเคียงจะน้อยกว่าการใช้เคมีบำบัด ทุกวันนี้ใช้รักษามะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม 
  • รักษาโดยใช้ยามุ่งเป้า โดยมีการพัฒนายาซึ่งมีความสารถในการทำลายเซลล์มะเร็ง ส่งผลต่อเซลล์ปกติน้อยสุด หรือไม่ออกฤทธิ์ต่อเซลล์ปกติเลย มีการจำเพาเจาะจงการออกฤทธิ์กับเซลล์มะเร็ง ยับยั้งไม่ให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายหรือเจริญเติบโต เป็นการรักษาที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อย แต่ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่แพงเนื่องจากเป็นยาที่ช่วยรักษาได้อย่างดี
  • รักษาด้วยระบบภูมิคุ้มกัน เป็นการรักษาที่นำสารหรือยามาใช้ปรับปรุงในระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต้านทานเซลล์มะเรง และไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันที่สนับสนุนเซลล์มะเร็งให้เติบโตนั้นทำงาน 
  • รักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก เป็นการใช้ไขกระดูกของคนที่สามารถเข้ากับระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยได้ หรือเซลล์กำเนิดของตนเอง มาใช้ปลูกถ่าย ส่วนใหญ่ใช้รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือมะเร็งในระบบที่เกี่ยวกับเลือดอื่น ๆ 

จะเห็นได้ว่า การรักษามะเร็งมีอยู่หลากหลายแนวทางให้เลือกซึ่งแต่ละแนวทางนั้นล้วนมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไปตามคุณภาพและประสิทธิภาพในการรักษา สำหรับคนที่เป็นโรคมะเร็งนั้น แม้ว่าจะมีโอกาสรอดยาก ด้วยความที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้ากว่าในอดีต จึงสามารถรักษาโรคมะเร็งให้หายได้ในโอกาสที่มากกว่าเดิม

Explore More

แพทย์ทั่วไปและนักไคโรแพรคติก: ความแตกต่างที่ควรรู้

ความแตกต่างที่ควรรู้

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น การเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หลายคนอาจสับสนระหว่าง แพทย์ทั่วไป (Medical Doctor) และ นักไคโรแพรคติก (Chiropractor) เนื่องจากทั้งสองต่างก็มีบทบาทในการดูแลสุขภาพและรักษาอาการปวด แต่แนวทางและปรัชญาการรักษานั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะไปพบใครเมื่อมีปัญหาสุขภาพ แพทย์ทั่วไป: การรักษาแบบองค์รวมและครบวงจร แพทย์ทั่วไป (MD หรือ Doctor of Medicine) คือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่ผ่านการศึกษาในโรงเรียนแพทย์และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม มีขอบเขตการรักษาที่กว้างขวาง ครอบคลุมตั้งแต่อาการเจ็บป่วยเล็กน้อยไปจนถึงโรคเรื้อรังที่ซับซ้อน แพทย์ทั่วไปจะวินิจฉัยโรคโดยใช้การตรวจร่างกาย การซักประวัติ การตรวจเลือด และการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่น ๆ เพื่อหาสาเหตุของโรคอย่างละเอียด แนวทางการรักษา

ทำความรู้จักกับไคโรแพรคติกและประโยชน์ต่อสุขภาพ

ไคโรแพรคติกคืออะไร

ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบ การนั่งทำงานเป็นเวลานาน และความเครียดสะสม ทำให้หลายคนประสบกับอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณคอ หลัง และเอว ไคโรแพรคติก (Chiropractic) จึงเป็นศาสตร์การรักษาทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในการบำบัดอาการเหล่านี้ ด้วยวิธีการที่ไม่ต้องพึ่งพายาหรือการผ่าตัด แต่เน้นการปรับสมดุลของร่างกายผ่านการจัดกระดูกสันหลังและข้อต่อต่างๆ ให้กลับสู่ตำแหน่งที่ถูกต้อง บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักกับไคโรแพรคติก หลักการทำงาน ประโยชน์ต่อสุขภาพ กลุ่มคนที่ควรรับการรักษา ข้อควรระวัง และวิธีเลือกผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าการรักษาแบบไคโรแพรคติกเหมาะสมกับปัญหาสุขภาพของคุณหรือไม่ ไคโรแพรคติกคืออะไร และมีประวัติความเป็นมาอย่างไร ไคโรแพรคติกเป็นศาสตร์การแพทย์ทางเลือกที่มุ่งเน้นการวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดูกสันหลัง คำว่า “ไคโรแพรคติก” มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก โดย “Chiro”

ปวดหลังเรื้อรังแก้ยังไงดี? ไคโรแพรกติกอาจเป็นคำตอบ

ปวดหลังเรื้อรัง

อาการ ปวดหลังเรื้อรัง เป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนนับล้านทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดตื้อ ๆ ที่กวนใจตลอดวัน หรืออาการปวดแปลบที่รุนแรงจนขยับตัวลำบาก เมื่อการรักษาด้วยยาหรือการพักผ่อนทั่วไปไม่สามารถบรรเทาอาการได้ หลายคนเริ่มมองหาทางเลือกการรักษาแบบองค์รวม (Holistic Treatment) ซึ่ง ไคโรแพรกติก (Chiropractic) เป็นหนึ่งในศาสตร์ที่ได้รับความนิยมและพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการจัดการกับอาการปวดหลังเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย ทำความเข้าใจ “ปวดหลังเรื้อรัง” และสาเหตุ อาการปวดหลังจะถูกจัดว่าเป็น “เรื้อรัง” เมื่ออาการปวดนั้นเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือเป็น ๆ หาย ๆ เป็นเวลานานกว่า 12 สัปดาห์ สาเหตุของอาการปวดมักไม่ได้มาจากอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัจจัยที่สะสมมาเป็นเวลานาน เช่น: