ทุกคนรู้หรือไม่ว่า ร่างกายของเราทุกคนมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนทั้งสิ้น แม้ว่าภายนอกอาจจะดูแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยใด ๆ แต่เราไม่รู้เลยว่า ภายในร่างกายของเรามีส่วนไหนที่สึกหรอลงไปบ้าง ดังนั้นเราจำเป็นต้องตรวจสุขภาพ และมวลกระดูกของเราอยู่เป็นประจำ เพื่อเป็นตัวช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคกระดูกพรุนได้ดีที่สุด หรือหากเราเป็นโรคกระดูกพรุนแล้วรู้เร็ว จะช่วยให้เราเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที 

โรคกระดูกพรุนคืออะไร มีอาการอย่างไรบ้าง

ทุกคนจะต้องเคยได้ยินโรคกระดูกพรุนอย่างแน่นอน ซึ่งโรคกระดูกพรุนนั้นจะเกิดจากการสูญเสียมวลกระดูก ที่เกิดจากการสร้างมวลกระดูกใหม่ไม่เพียงพอ ต่อการสลายของมวลกระดูก เพราะเมื่อเรามีอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว ความสามารถในการสร้างมวลกระดูกของร่างกายจะลดน้อยลง ส่งผลให้กระดูกของเราเปราะได้ง่าย มีการหักหรือยุบตัวได้มากกว่าเดิม 

และที่สำคัญจะเสียคุณสมบัติในการรองรับน้ำหนักของเราด้วยเช่นกัน และเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ร่างกายของเราสูญเสียมวลกระดูกไปมากเท่าไหร่ และร่างกายยังมีประสิทธิภาพในการสร้างมวลกระดูกมากมายแค่ไหน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว

โรคกระดูกพรุน ภัยเงียบที่สร้างความเสียหายแก่ร่างกายได้มากที่สุด

ต้องยอมรับเลยว่าโรคกระดูกพรุนถือเป็นอีกหนึ่งภัยเงียบ ที่สร้างความเสียหายให้แก่ร่างกายได้มากที่สุด เพราะโรคกระดูกพรุนจะไม่มีการแสดงอาการใด ๆ ออกมาทั้งสิ้น จนกระทั่งเราล้มแล้วกระดูกหัก กระดูกยุบตัวลง หรือกว่าเราจะรู้ตัวว่าเป็นโรคกระดูกพรุนอาจจะมีความสูงที่ลดลงหรือหลังค่อมนั่นเอง 

เพราะหากมีการแสดงอาการเหล่านี้จะทำให้เราจำเป็นต้องไปตรวจร่างกาย แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าในทางการแพทย์นั้น เราสามารถตรวจหาภาวะหรือโรคกระดูกพรุนก่อนได้ ด้วยการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก เพื่อช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้มากกว่าเดิม

ปัจจัยเสี่ยงของการเป็นโรคกระดูกพรุนได้ง่ายที่สุด

โรคกระดูกพรุนจะมีโอกาสเกิดได้กับทุกคน และทุกเพศเลยก็ว่าได้ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงของการเป็นโรคกระดูกพรุนนั้น ไม่ได้เกิดจากอายุที่มากขึ้นอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • พันธุกรรม
  • การรับประทานยาบางชนิดเป็นเวลานาน
  • การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • การสูบบุหรี่ เพราะนิโคตินจากบุหรี่จะเป็นตัวทำลายเซลล์สร้างมวลกระดูก
  • การขาดสารอาหาร
  • การไม่ออกกำลังกาย

โรคกระดูกพรุนถือเป็นภัยร้ายที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว เพราะหากเราเป็นโรคกระดูกพรุนจะส่งผลเสียต่อร่างกายมากที่สุด ดังนั้นเราควรป้องกันด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการตรวจวัดมวลกระดูกอยู่เป็นประจำ เพื่อรู้ได้ว่าเรามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนหรือไม่

Explore More

อย่ารอจนปวด: 7 วิธีดูแลสุขภาพกระดูกและข้อตั้งแต่วัยทำงาน

สุขภาพกระดูกและข้อต่อ

วัยทำงานเป็นช่วงที่เราต้องใช้ร่างกายอย่างหนัก ทั้งการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การแบกรับความเครียด และการมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อ สุขภาพกระดูกและข้อต่อ ของเรา ปัญหาปวดหลัง ปวดคอ และข้อเสื่อมมักไม่ได้เกิดขึ้นในวัยเกษียณเท่านั้น แต่มีจุดเริ่มต้นจากการละเลยการดูแลตัวเองในวัยนี้ การป้องกันและสร้างความแข็งแกร่งตั้งแต่อายุยังน้อยจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและปราศจากอาการปวดไปจนถึงวัยชรา บทความนี้จะแนะนำวิธีดูแลกระดูกและข้ออย่างชาญฉลาดในชีวิตประจำวัน 1. ปรับสมดุลโภชนาการ: สร้างความแข็งแกร่งจากภายใน อาหารคือรากฐานของกระดูกที่แข็งแรง คุณควรให้ความสำคัญกับสารอาหารหลักเหล่านี้เป็นพิเศษ: 2. ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (Weight-Bearing Exercise) การออกกำลังกายที่ใช้การลงน้ำหนักไม่ได้หมายถึงการยกเวทหนัก ๆ เท่านั้น แต่คือกิจกรรมที่ร่างกายต้องรับน้ำหนักตัวเอง ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกใหม่และเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก นอกจากนี้ การเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อต่อ

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรักษาด้วยไคโรแพรคติก: เปิดเผยความจริงเบื้องหลังการบำบัดด้วยมือ

การบำบัดด้วยมือ

คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับไคโรแพรคติกบ้างไหม? หลายคนคงจะนึกถึงการ “จัดกระดูก” หรือ “การดัดกระดูก” ที่มีเสียง “ก๊อก” ดังลั่น แต่ในความเป็นจริงแล้วศาสตร์นี้มีอะไรมากกว่าที่เราเห็น ไคโรแพรคติกคือการแพทย์ทางเลือกที่มุ่งเน้นการวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันความผิดปกติของระบบโครงสร้างกล้ามเนื้อและระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดูกสันหลัง ด้วยการใช้เทคนิคการบำบัดด้วยมือ (Manual therapy) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดมากมายเกี่ยวกับศาสตร์นี้ ซึ่งอาจทำให้หลายคนลังเลที่จะลองรับการรักษา ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกและไขข้อข้องใจเกี่ยวกับความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับไคโรแพรคติก ความเข้าใจผิดที่ 1: ไคโรแพรคติกเป็นเพียงการ “จัดกระดูก” เท่านั้น ความเข้าใจผิดนี้เป็นสิ่งที่พบบ่อยที่สุดและอาจทำให้คนมองข้ามประโยชน์ที่แท้จริงของการรักษาด้วยไคโรแพรคติก หลายคนคิดว่าไคโรแพรคเตอร์ทำได้แค่ “จัดกระดูก” ที่เคลื่อนที่ผิดตำแหน่งให้กลับเข้าที่

ไคโรแพรคติก: ทางเลือกบรรเทาอาการปวดหลังอย่างยั่งยืน.

อาการปวดหลัง

อาการปวดหลังเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเกิดจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน, การยกของหนักผิดท่า, หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หลายคนเลือกที่จะทนกับอาการปวด หรือใช้ยาบรรเทาปวดเป็นครั้งคราว ซึ่งอาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและไม่สามารถแก้ไขสาเหตุที่แท้จริงได้ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ ไคโรแพรคติก (Chiropractic) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพหลังที่เน้นการรักษาแบบองค์รวมและเป็นธรรมชาติ ไคโรแพรคติกคืออะไร? ไคโรแพรคติกคือศาสตร์ทางการแพทย์แขนงหนึ่งที่มุ่งเน้นการวินิจฉัย, รักษา, และป้องกันความผิดปกติของระบบโครงกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระดูกสันหลัง และระบบประสาท การรักษาหลักของไคโรแพรคติกคือ การจัดกระดูก (Spinal Adjustment) ซึ่งเป็นการใช้แรงกดที่แม่นยำและถูกควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญ (ไคโรแพรกเตอร์) เพื่อปรับตำแหน่งของข้อต่อกระดูกสันหลังที่เคลื่อนผิดไปจากแนวปกติให้กลับคืนสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม โดยเชื่อว่าการที่กระดูกสันหลังอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง จะช่วยให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากแรงกดทับของเส้นประสาทได้ นอกจากนี้ ไคโรแพรกเตอร์ยังให้ความสำคัญกับการให้คำแนะนำด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น